วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

3.2คาร์โบไฮเดรต

 

สารชีวโมเลกุล (biomolecule)

สารชีวโมเลกุล (biomolecule) คือสารอินทรีย์ที่พบในองค์ประกอบภายในเซลล์หรือร่างกายของสิ่งมีชีวิต
สารชีวโมเลกุลหลัก มีด้วยกัน 4 ชนิด คือ คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) โปรตีน (protein) ลิพิด (lipid) และ กรดนิวคลีอิก (nucleeic acid)อ่านเพิ่มเติม


ข้อสอบเรื่องไขมันและน้ำมันพร้อมเฉลย

 

1.   คำถาม : สารชีวโมเลกุลชนิดใดมีมากที่สุดของน้ำหนักแห้งในร่างกายคน
1.ไขมัน
2.โปรตีน
3.คาร์ไบไฮเดรต
4.กรดนิวคลีอิก
2.สารในข้อใดเมื่อนำมาทดสอบกับสารละลายเบเนดิกต์แล้วให้ผลการทดสอบที่ถูกต้องที่สุด
1.เมื่อนำน้ำแป้งมาทดสอบกับสารละลายเบเนดิกต์จะเกิดตะกอนสีแดงอิฐ
2.เมื่อนำน้ำองุ่นมาทดสอบกับสารละลายเบเนดิกต์จะเกิดตะกอนสีแดงอิฐ
3.เมื่อนำน้ำผึ้งมาทดสอบกับสารละลายเบเนดิกต์จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
4.เมื่อนำน้ำแอปเปิลมาทดสอบกับสารละลายเบเนดิกต์จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
3. ข้อใดไม่ใช่แก๊สเรือนกระจก
1. คาร์บอนไดออกไซด์
2. ออกไซด์ของไนโตรเจน
3. คาร์บอนมอนอกไซด์
4. มีเทน
4. กรดไขมันชนิดใดตองใชไอโอดีนมากที่สุดในการทําปฏิกิริยา
1) กรดโอเลอิก
2) กรดลอริก
3) กรดไลโนเลนิก
4) กรดไลโนเลอิก
5.ข้อใดไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล (O-net 53)
1. น้ำมันปิโตรเลียม        2. แก๊สธรรมชาติ        3. ถ่านหิน           4. ถ่านกัมมันต์
6.นาย ก ได้ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยการนำเอารองเท้านักเรียนที่ชำรุดไปติดกาวใหม่ เพื่อนำมาใช้ได้อีก วิธีดังกล่าวเรียกว่าอะไร (O-net 53)
1. reduce           2. reuse              3. recycle           4. repair
7. สารพันธุกรรมเป้นสารประเภทใด?
1.คาร์โบไฮเดรต        2.โปรตีน      3.พิลิด      4.กรดนิวคลีอิก
8. 18.น้ำมันชนิดใดต่อไปนี้จะเกิดการเหม็นหืนได้ง่ายที่สุด ?
ก.น้ำมันมะพร้าว        ข.น้ำมันถั่วเหลือง         ค.น้ำมันรำข้าว         ง.น้ำมันดอกทานตะวัน
9. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สารประเภทโปรตีน ?
1.ใยแมงมุม        2.เขาสัตว์      3.คอเลสเทอรอล           4.ฮีโมโกลบิน
10. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมีที่ได้จากปิโตรเลียม
1. มีจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันดีเซล
2. เป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่ละลายน้ำได้
3. มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
4. ประกอบด้วยสารไฮโดรคาร์บอนที่มีจำนวนคาร์บอนน้อยกว่า 5 อะตอม

เฉลย

1.2

2.2

3.3

4.3

5.4

6.4

7.4

8.1

9.3

10.3


3.1ไขมันและน้ำมัน

 

1. ไขมันและน้ำมัน (Fat and Oil) 

ไขมันและน้ำมันเป็นเอสเทอร์ชนิดหนึ่งซึ่งมีอยู่ในธรรมชาติ จัดว่าเป็นสารอินทรีย์ประเภทเดียวกับไข (Wax) รวมเรียกว่า ไลปิด (Lipid)ไลปิด เป็นเอสเทอร์ที่โมเลกุลมีขนาดใหญ่ไม่มีขั้วจึงไม่ละลายน้ำ แต่ละลายได้ในตัวทำละลายไม่มีขั้ว คือตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น คลอโรฟอร์ม อีเทอร์ โพรพาโนน เบนซีน เป็นต้นอ่านเพิ่มเติม


ข้อสอบเรื่องการละลายของสารในน้ำพร้อมเฉลย

1. ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส จะเหลือปริมาณสารที่เป็นของแข็งรวมทั้งหมดกี่กรัม
 16
 32
 48
 64
2. ถ้าขณะนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างไร
เพื่อให้เหลือสาร B เพียงชนิดเดียวที่ไม่ละลายน้ำ
 เพิ่มอุณหภูมิอีก 95 องศาเซลเซียส
 เพิ่มอุณหภูมิอีก 65 องศาเซลเซียส
 ลดอุณหภูมิอีก 7.5 องศาเซลเซียส
 ลดอุณหภูมิอีก 22.5 องศาเซลเซียส

3. สารละลายน้ำตามกลูโคสเข้มข้น 20% โดยมวลต่อปริมาตร จำนวน 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร
เมื่อตั้งทิ้งไว้ น้ำระเหยไป 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร ถ้าเติมน้ำตาลลงไปอีก 10 กรัม และเติมน้ำ
ลงไปอีก 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร จงหาความเข้มข้นของสารละลายใหม่ที่ได้
 8.5% w/v
 15% w/v
 24% w/v
 50% w/v

4. "โฟมเป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่ไม่ละลายน้ำ แต่เมื่อสัมผัสกับทินเนอร์ น้ำมันหอมระเหย
หรือน้ำมันที่ร้อนจากของทอดที่พึ่งทอดเสร็จใหม่ๆ โฟมจะเกิดการละลาย ซึ่งสามารถสังเกต
ได้จากการยุบตัวของโฟมหรือเกิดรูที่โฟมขึ้น"
จากข้อความข้างต้น ปัจจัยใดส่งผลต่อการละลายของโฟม
 ชนิดตัวละลาย และอุณหภูมิ
 ชนิดตัวทำละลาย และอุณหภูมิ
 ชนิดตัวละลาย และชนิดตัวทำละลาย             
 ชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทำละลาย และอุณหภูมิ

5. ที่อุณหภูมิห้อง น้ำปริมาตร 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร ละลายสาร A ได้ 40 กรัม
หากนำน้ำมาเพียง 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร จะสามารถละลายสาร A ได้กี่กรัม ที่อุณหภูมิห้องเดียวกัน
 10 g
 15 g
 20 g
 25 g

6. ถ้ามีโซเดียมไนเตรต 91 กรัม และน้ำ 400 ลูกบาศก์เซนติเมตร จะสามารถเตรียมสารละลาย
โซเดียมไนเตรตเข้มข้นร้อยละ 27 โดยมวลต่อปริมาตร จำนวน 350 ลูกบาศก์เซนติเมตร
ได้หรือไม่ อย่างไร
 เตรียมได้ โดยใช้โซเดียมไนเตรตหมดพอดี
 เตรียมได้ โดยมีโซเดียมไนเตรตเหลือ
 เตรียมไม่ได้ เพราะมีน้ำไม่เพียงพอ
 เตรียมไม่ได้ เพราะมีโซเดียมไนเตรตไม่เพียงพอ

7. สารละลายอิ่มตัว ณ อุณหภูมิหนึ่งๆ หากต้องการทำให้ไม่อิ่มตัว ต้องทำอย่างไร
 ลดความดันของระบบ
 เพิ่มปริมาณตัวถูกละลาย
 ลดอุณหภูมิ
 เพิ่มอุณหภูมิ

8. ถ้านักเรียนมีกลูโคส 36 กรัม จะสามารถเตรียมสารละลายกลูโคสร้อยละ 8 โดยมวลต่อปริมาตร
ได้มากที่สุดจำนวนกี่ลูกบาศก์เซนติเมตร
 350
 400
 450
 500

9. จากการสังเกตผลการละลายของสารทั้ง 4 ชนิดในน้ำ และกลายเป็นสารละลายอิ่มตัวดังนี้
1) สาร A ละลายในน้ำเย็นได้ดีกว่าน้ำร้อน
2) สาร B ละลายในน้ำร้อนได้ดีกว่าน้ำเย็น
3) สาร C เมื่อเกิดการละลายจำทำให้สารละลายเย็นตัวลง
4) สาร D เมื่อละลายจะทำให้สารร้อนขึ้น
การละลายของสารชนิดใดเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
 A , B
 B , C
 A , C
 C , D

10. นำสาร W จำนวน 70 กรัม มาละลายน้ำ 150 กรัม ที่ 28 องศาเซลเซียส พบว่าสาร W ละลายไม่หมด
เมื่อกรองตะกอนสาร W ทำให้แห้ง และชั่งตะกอนได้มวล 34 กรัม ถ้านำสาร W จำนวน 170 กรัม
มาละลายน้ำ 500 กรัม ที่อุณหภูมินี้ การละลายจะเป็นอย่างไร
 ละลายหมด แต่สารละลายยังไม่อิ่มตัว
 ละลายหมด และสารละลายอิ่มตัวพอดี
 ละลายไม่หมด และเหลือสาร W จำนวน 50 กรัม
 ละลายไม่หมด และเหลือสาร W จำนวน 70 กรัม

เฉลย
1.48

2.22.5c
3.15w/v
4.ตัวทำละลายและอุณหภูมิ
5.10g
6.โซเดียมไนเตรตไม่เพียงพอ
7.เพิ่มอุณหภูมิ
8.450
9.A-C
10.Wgเหลือ50g









2.3การละลายของสารในน้ำ

 การละลาย (Dissolve) คือ การที่สารชนิดหนึ่ง (ตัวถูกละลาย) แตกตัวออกเป็นอนุภาคเล็ก ๆ และแทรกตัวในสารอีกชนิดหนึ่ง (ตัวทำละลาย) โดยทั่วไปเราพิจารณาว่าอ่านเพิ่มเติม



ข้อสอบสารในแหล่งน้ำธรรมชาติพร้อมเฉลย

 

1. ทรัพยากรธรรมชาติข้อใดไม่จัดอยู่ในประเภท เดียวกัน

                  1. อากาศ แสงอาทิตย์

        2.  พืช ป่าไม้

                  3.  ถ่ายหิน แก๊สธรรมชาติ

       ดิน น้ำมันปิโตเลียม

 

         2. ข้อใดจัดเป็นหยาดน้ำฟ้า

                  1.  แม่น้ำ ทะเล

        2.  น้ำบาดาล น้ำบ่อ

                   น้ำฝน น้ำค้าง

        4.  ลำคลอง มหาสมุทร


          3.
โรงงานอุสาหกรรมก่อให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งน้ำ อย่างไร

                  1.  แหล่งน้ำมีกลิ่นเหม็น

       2.  แหล่งน้ำมีอุณหภูมิสูง

                  3.  เกิดการสะสมสารพิษในโซ่อาหารในแหล่ง

       4 ถูกต้องทุกข้อ

 

          4.  สารใดเป็นดัชบ่งชี้ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำโดย วิธีการไทเทรต (titration)

                  1.  สารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ (KI)                  

        2.   สารละลายแมงกานีสซัสซัลเฟต (MnSO4)

                  สารละลายโซเดียมไธโอซัลเฟต (Na2S2O3)

        4.  สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซต์ (NaOH)

 

          ..จงใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 5 - 6
นำตัวอย่างน้ำจากสระแห่งหนึ่งปริมาณ 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร นำมาหาปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำโดยใช้วิธีไทเทรตพบว่าใช้สารละลายน้ำ Na2S2O3 ความเข้มข้น 0.01 โมลต่อลิตร ปริมาตร ลูกบาศก์เซนติเมตร ในการไทเทรตจนตัวอย่างน้ำไม่ มีสี

          5. ค่าดีโอในสระน้ำมีค่าเท่าใด

                  1.   1 mg/l        

        2  2 mg/l

                  3.   3 mg/l

        4.     4 mg/l

 

          6. น้ำในสระมีคุณภาพน้ำอย่างไร

                  1.  น้ำสะอาดมาก

       น้ำเสีย

                  3.  น้ำสะอาด

       4.  น้ำบริสุทธิ์

 

          7.  BOD (biochemical oxygen demand) คือข้อใด

                  1.  ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ ซึ้งสิ่งมีชีวิตใน น้ำใช้ดำรงชีวิต

                  2.  ปริมาณออกซิเจนที่ละลายได้รับจากกระบวน การน้ำ ซึ้งสังเคราะห์ด้วยแสงของสิ่งมีชีวิตใน น้ำ

                  3.ปริมาณออกซิเจนที่แบคทีเรียต้องการเพื่อใช้ใน ปฏิกิริยาย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำ

                  4.   ปริมาณออกซิเจนที่แบคทีเรียต้องการเพื่อใช้ใน ปฏิกิริยาย่อยสลายสารอนินทรีย์ในน้ำ

 

          8. ข้อใดแสดงค่า BOD5 ของน้ำบริสุทธิ์

                 1 BOD5  =   0

      2.  BOD5  =   1

                  3. BOD5  =   2

      4. BOD5  =   3

 

          9.  ข้อใดคือความหมายของน้ำเสีย (wastewater)

                 1.  ของเสียที่อยู่ในสภาพของเหลวที่ได้รับการ บำบัดแล้ว

                 2.  ของเสียที่อยู่ในสภาพเหลวที่ได้รับการ บำบัดแล้ว หรือไม่ได้รับการบำบัด

                  ของเสียที่อยู่ในสภาพเหลวรวมทั้งมลสารที่ ปะปนหรือปนเปื้อนอยู่ในของเหลวนั้น

                 4.   ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.

 

          10. ข้อใดไม่จัดเป็นน้ำเสีย

                  1.  BOD5  =  15  mg/l

    2. DO  >  3  mg/l

                  3.  แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด  >  2,000 MPN/100 ml  

        4.   ค่า  pH  =  10

 เฉลย

1.4

2.3

3.4

4.3

5.2

6.2

7.3

8.1

9.3

10.2

2.2 สารในแหล่งน้ำธรรมชาติ

น้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด  สิ่งมีชีวิตใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำเพื่อดำรงชีวิตในด้านต่างๆเช่น  เป็นที่อยู่อาศัยและแพร่พันธุ์ อ่านเพิ่มเติม



อาหาร